User Online

User Online: 8
Today Accessed: 709
Total Accessed: 158647
Your IP: 54.152.38.154

เอกชนค้านผลิตไฟฟ้าบนหลังคา
วันพุธที่ 28 สิงหาคม 2556 เวลา 23:20 น.

โซลาร์รูฟท็อปป่วน เอกชนยื่นหนังสือคัดค้าน ชี้เวลาเร่งรัด-หลักเกณฑ์ไม่เป็นธรรม
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการผลิต ไฟฟ้าบนหลังคา(โซลาร์ รูฟ ท็อป)ทั้งหลังคาบ้านเรือนและหลังคาโรงงานอุตสาหกรรม ปัจจุบันคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)อยู่ระหว่างประกาศรับฟังความคิด เห็นต่อระเบียบ หลักการณ์ในการควบคุมดูแล เบื้องต้นกำหนดให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)และการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.)รับ ซื้อไฟฟ้าดังกล่าวในระบบสนับสนุนเงินการผลิตไฟฟ้าตามต้นทุนที่แท้จริง(ฟีด อินทารีฟ)ราว 6 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อ กำลังการผลิตรวม 200 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นบ้าน 100 เมกะวัตต์ และโรงงานอุตสาหกรรม 100 เมกะวัตต์ โดยจะเปิดให้ขออนุญาตติดตั้งภายในเดือนธ.ค.นี้ ในระบบยื่นก่อนได้ลงทุนก่อน หากมีผู้สนใจมากกว่า 200 เมกะวัตต์ จะเสนอคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กำหนดอัตราการผลิตไฟฟ้าเพิ่ม และนำรายชื่อลำดับที่เหลืออยู่เข้าระบบ

"จะกำหนดให้ผู้ขอติดตั้งได้ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ต่อราย(1,000 กิโลวัตต์ เท่ากับ 1 เมกะวัตต์) เพื่อให้การผลิตไม่กระจุกตัว และหากรายใดเข้าคิวยื่นแต่ไม่ได้สิทธิผลิตจะเสนอกพช.ขยายกำลังผลิตไฟฟ้าแน่ นอน เพราะเป็นนโยบายที่รัฐบาลสนับสนุน"

นายดุสิต เครืองาม นายกสมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม สมาคมฯได้ส่งหนังสือแสดงความไม่เห็นด้วยและขอให้แก้ไขแนวทางการดำเนินงานของ รัฐบาลและกกพ. เนื่องจากโซลาร์รูฟท็อปมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทมีความเร่งรัดและขั้นตอนไม่ เสมอภาค เพราะกำหนดให้ยื่นแบบขอจำหน่ายไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 2-20 กันยายน จากนั้นต้นเดือนตุลาคม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)จะประกาศรายชื่อผู้ยื่น กลางเดือนตุลาคม กฟภ.จะประกาศผู้ได้รับสิทธิ และดำเนินการติดตั้งเดือนพฤศจิกายน แสดงให้เห็นว่าเร่งรัดเกินไป ดังนั้นควรปรับเวลาออกไป อาทิ ยื่นขอจำหน่ายไฟฟ้าวันที่ 15-30 กันยายน

นายดุสิตกล่าวว่า ทั้งนี้ยังพบปัญหาการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ระบุว่า ไฟฟ้าของบ้านเรือนและโรงงานอุตสาหกรรม กลุ่มละ 100เมกะวัตต์ และแต่ละกลุ่มแบ่งเป็นกำลังผลิตของกฟน. 40 เมกะวัตต์ และกฟภ.60 เมกะวัตต์ และใน 60 เมกะวัตต์นี้จะแบ่งการยื่นแบบขอจำหน่ายไฟเป็น 4 ภาค ภาคละ 15 เมกะวัตต์ คือ ภาคกลางและตะวันออก ยื่นจ.พระนครศรีอยุธยา ภาคเหนือ จ.พิษณุโลก 1ภาคใต้ จ.เพชรบุรี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา โดยการกำหนดดังกล่าวทำให้ผู้สนใจไม่สะดวกในการเดินทาง และกำหนดจุดน้อยเดินไป นอกจากนี้ควรเปลี่ยนระบบยื่นก่อนได้ลงทุนก่อน เป็นจับฉลาก เพราะจะทำให้เกิดความเสมอภาคต่อผู้ต้องการติดตั้งโซลาร์ รูฟ ท็อป โดยวันที่ 29 สิงหาคมนี้จะยื่นหนังสือขอให้กกพ.พิจารณาปรับหลักเกณฑ์ทั้งหมดอีกครั้ง

รายงานข่าวจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)หรือ เรกูเลเตอร์ กล่าวว่า กกพ.อยู่ระหว่างเชิญชวนประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียร่วมแสดง ความคิดเห็นต่อ (ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วย การรับซื้อฟ้าจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา พ.ศ..... และ(ร่าง) ประกาศคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2556 ถึง 29 สิงหาคม เวลา 12.00 น. เรื่องการรับซื้อไฟฟ้าจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา ตามนโยบายรัฐบาล กำหนดให้จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ภายในเดือนธันวาคม 2556

ที่มา เดลินิวส์ วันพุธที่ 28 สิงหาคม 2556
http://www.dailynews.co.th/businesss/229328


SOLAR NEWS